เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับสิว ที่ไม่สิว กับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาของสิวแต่ละประเภท

เรื่องสิว ที่ไม่เคยง่าย เพราะกว่าจะหายนั้นหมดไปหลายแสนอยู่ แต่หากคุณรักษาถูกจุดบอกเลยว่าจบและหายขาดแน่นอน และบทความนี้เราก็มีข้อมูลเบื้อต้นมาแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาของสิวแต่ละประเภท เพื่อประกอบการพิจารณาซื้อมาทาและมาทาน แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาของสิวแต่ละประเภทที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องตามมาดูพร้อมๆ กันเลย

เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับสิว ที่ไม่สิว กับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาของสิวแต่ละประเภท

  • การใช้ยาของสิวแต่ละประเภท : สำหรับผู้ที่มีสิวไม่อักเสบหรือมีสิวอักเสบเพียงเล็กน้อย นิยมใช้ยาในรูปแบบทา โดยยาทาที่พบบ่อย ได้แก่ ยาทาที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบครีมหรือเจล ใช้ทาบาง ๆ ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่มีสิว วันละ 1-2 ครั้ง เช่น benzoyl peroxide, adapalene, retinoic acid ผลข้างเคียงที่พบคือ ระคายเคืองผิวหนัง ผิวลอก แสบผิว หรือยา retinoic acid จะทำให้มีสิวเห่อมากขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกที่เริ่มใช้ยา อาการข้างเคียงเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยการลดความเข้มข้นหรือลดระยะเวลาที่ทา ยากลุ่มนี้แนะนำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือทาผลิตภัณฑ์กันแดดร่วมด้วย นอกจากนี้ยา retinoic acid ยังมีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และยาทาที่เป็นยาปฏิชีวนะ รูปแบบโลชั่นและเจล ตัวยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้รักษาสิว ได้แก่ clindamycin และ erythromycin ใช้ทาเฉพาะบริเวณที่มีสิวอักเสบ วันละ 2-3 ครั้ง ผลข้างเคียง คือ ผิวลอก ผิวบาง แสบผิว ในทางปฏิบัตินิยมใช้ยาทาปฏิชีวนะควบคู่ไปกับยา benzoyl peroxide เพื่อลดปัญหาเชื้อดื้อยา
  • การใช้ยาของสิวแต่ละประเภท : สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบหรือสิวตุ่มหนองจำนวนมาก อาจมีการใช้ยารับประทานร่วมด้วย ตัวอย่างยารับประทาน ได้แก่ ยารับประทานที่เป็นยาปฏิชีวนะ มักต้องใช้ยานานหลายสัปดาห์จึงจะมีประสิทธิภาพในการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียก่อสิว ยาที่มีจำหน่ายได้แก่ tetracycline และ doxycycline แนะนำให้รับประทานหลังอาหาร เนื่องจากมีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้อาเจียน ควรห่างจากนม แคลเซียม และวิตามินที่มีธาตุเหล็ก เนื่องจากทำให้การดูดซึมของยาลดลง หลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ยาปฏิชีวนะเหล่านี้ มีผลอาจทำให้ผิวไวต่อแสง จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดร่วมด้วย

ทั้งนี้ หากคุณเป็นสิวที่ค่อนข้างรุนแรงเราขอแนะนำให้คุณไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินการรักษาจะดีที่สุด โดยแพทย์จะมีวิธีการรักษาตั้งแต่ให้ทายา ทานยา รวมถึงกดใช้ หรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ ร่วมด้วยนั่นเอง

Related Post